Emerging Technologies คือ?

จะว่าไปก็ไม่ใช้ศัพท์ใหม่อะไร มันคือคำแทนกลุ่มของ “เทคโนโลยีเกิดใหม่” ที่ผู้คนกำลังสนใจและพัฒนา โดยสถานะมีทั้งแบบที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนา การนำมาประยุกต์ใช้ และบางตัวก็อยู่ในขั้นของการผลิตเป็นสินค้าแล้ว ถ้าอ้างอิงจากรายการของ Widipedia สามารถแยกเป็นหลายกลุ่ม โดยผมคัดเอาเฉพาะที่ใกล้ตัวเกี่ยวกับสาย IT ดังนี้
** หมายเหตุ : ภาพที่นำมาประกอบมาจาก internet วัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้าใดๆ  ทั้งสิ้น**

  1. กลุ่มการเกษตร (Argiculture) :  งานในกลุ่มนี้จะเหมาะกับบ้านเราเป็นพิเศษโดยถ้าใครมีไอเดียในการนำพวก IoT (Internet Of Things) มาใช้ร่วมด้วย จะไปได้อีกไกลทีเดียว
    Agricultural robot > คือการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมการเกษตร  เช่นระบบ Smart Farm, การใช้หุ่นโดรนในการเกษตร
    Closed ecological system > การสร้างสภาพแวดล้อมเสมือน (ระบบนิเวศแบบปิด) ประมาณพวกปลูกพืชในตึก โดยใช้แสงสังเคราะห์จาก LED ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ ให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชแต่ละแบบ
    Vertical farming > การปลูกพืชแนวตั้ง หลายๆประเทศประสพปัญหาด้านพื้นที่ ที่จำกัด หรือสภาพแวดล้อมไม่อื่้ออำนวย ก็เปลี่ยนวิธีปลูกการมาปลูกแบบแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ และค่าใช้จ่ายในการดูแลblog02-02
  2. กลุ่มก่อสร้างและสถาปัตยกรรม (Construction and Architecture) : ตัวนี้งานที่นักเทคโนโลยีจะเข้าไปเกี่ยวคือการทำพวก 3D Printing และ การใช้เทคโนโลยีควบคุมสภาพแวดล้อม
    3D-Printing, Bio-Printing > ใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในการพิมพ์โมเดล สิ่งก่อสร้าง (ถ้าตามข่าวจะพบว่าจีนสามารถใช้ 3D printer พิมพ์บ้านได้แล้ว) โดยสามารถพิมพ์วัสดุได้หลากหลายชนิด แถมปัจจุบันยังสามารถหาอุปกรณ์มาประกอบเองได้ไม่ยาก ในวงการแพทย์ก็มีการนำ 3D printer มาช่วยในการพิมพ์เนื้อเยื่อและอวัยวะเทียม
    Domed City > มีการเริ่มสร้างในดูไบแล้ว คือการควบคุมสภาพแวดล้อมเองทุกอย่าง น่าจะคล้ายๆในหนัง Resident Evil นะ ตัวนี้ก็ประยุกต์ใช้พวก Sensor เข้ามาช่วยคุมสภาพแวดล้อมได้blog02-03
  3. กลุ่มพลังงาน (Energy): บ้านเรายังไม่ค่อยตื่นตัวค้นคว้าวิจัยกันจริงจัง ถ้าสามารถทำแล้วผลิตออกมาให้คุ้มค่าในเชิงเศรฐศาสตร์ได้จะมีมูลค่ามหาศาลเลยครับ
    Airborn wind turbind > การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลม แต่เป็นการส่งยานขึ้นไปเก็บลมกันเลยทีเดียว ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวพลังงานได้อย่างเต็มที่ บ้านเราน่าจะมีคนทำบ้างนะ
    Energy Havesting > การเก็บเกี่ยวพลังงาน จากสภาพแวดล้อม เพื่อใช้กับอุปกรณ์แบบสวมใส่ เช่นนาฬิกาอัฉริยะ แว่นอัฉริยะ เป็นต้น ซึ่งอาจจะแปลงจากพลังงานจล จากการเคลื่อนที่ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้
    Fusion Power > การสร้างพลังงานจากปฏิกิริยาฟิวชัน ตัวนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกถึงเครื่องปฏิกรณ์ Arc ในหนัง Iron Man นะครับ
    Hydrogen economy > การกักเก็บพลังงานผ่านเซล์ไฮโดรเจน ตามที่รถยนต์ของ Toyota เริ่มมีการนำมาใช้
    Wireless Energy Transfer > ตัวนี้เราเริ่มเห็นกันบ้างพอสมควร เช่นแท่นชาร์จไร้สาย ถ้าต่อยอดสามารถใช้กับอุปกรณ์ไร้สายทุกชนิด จริงๆ ไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม แค่มีไฟเลี้ยงการทำงานได้ตลอดผมว่าก็นำไปใช้ได้เยอะblog02-04
  4. กลุ่มไอทีและการสื่อสาร (IT and Communications):  ถือเป็นกลุ่มหลักที่เราควรให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตในสายงาน
    4G, 5G > ที่มีการใช้งานกันบ้างแล้วคือ LTE network และ IEEE802.16m และอีกหลายๆ งานที่พยายามให้การส่งข้อมูลให้ได้เร็วที่สุด และไกลที่สุด เพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้นในอนาคต
    Artificial Intelligence > ระบบปัญญาประดิษฐ์ยังคงอยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าทำสำเร็จจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายวงการ
    Argumented Reality > หรือที่เรารู้จักในชื่อ AR ซึ่งมาแรงในช่วงแรกๆ แต่ตอนหลังในความรู้สึกผมมันแผ่วๆไป แต่ในงานอุตสาหกรรม และงานฝึกอบรมเทคนิคเฉพาะ ก็มีใช้งานกันเยอะ
    Cryptocurrency > เป็นการเข้ารหัส โดยสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมาบนโลกอินเตอร์เน็ต ตัวย่างเช่น Bitcoin ซึ่งถือว่ายังคงมีอนาคตสดใสอยู่ ถ้าไม่เอาไปใช้ผิดวิธี
    Internet Of Things > ตัวนี้ถือว่ามาแรงมากๆ ในปีนี้ เพราะอุปกรณ์ Wireless Sensor และ Microcontroller มีแนวโน้มถูกลงเช่นการพัฒนาผ่านบอร์ดของ Rasberry Pi, Arduino, ESP8266 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกันผ่าน WiFi และ Internet แล้วส่งข้อมูลสภาพแวดล้อมต่างๆ ไปประมวลผลบน Cloud ได้ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงการทำ Stream data analysis, Big Data เพื่อวิะคราะห์พิฤติกรรมของผู้ใช้ สำหรับทำพวก Smart Home, Smart Cities
    Software-Defined Radio, Software-Defined Network > คือการกำหนดรูปแบบการทำงานของอุปกรณ์สัญญาณวิทยุ ด้วยซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นอุปกรณ์วงจรฮาร์ดแวร์แบบสมัยก่อน โดยใช้ PC และ Soundcard เป็นตัวประมวลผลแทน ทำให้ปรับเปลี่ยนได้ง่าย สำหรับอุปกรณ์เน็ตเวิร์กก็เช่นเดียวกัน
    Virtual Reality > ที่เรารู้จักในชื่อย่อ VR ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและพบเห็นในหนัง SiFi กันบ่อยๆ ซึ่งตอนนี้ถือว่าใกล้ตัวมากๆ ถ้าแบบราคาไม่แพงก็น Google Cardboard แต่ที่เค้าทำจริงจังก็ของ Oculus Rift ซึ่งวงการที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันคือวงการเกมส์ สามารถทำให้เราหลุดไปอยู่ในโลก 3 มิติได้เลย ถ้านึกไม่ออกว่าเอาไปใช้ยังไงลองดูวิดีโอนี้ดูครับ Link
    Wearable Computer > ถือว่ายังอยู่ยุคเริ่มต้นและมีสินค้ามาให้เราสัมผัสบ้างแล้วเช่น Magic Ring, Smart Watch, Smart Glass แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์ด้วยตัวมันเองเพราะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถือ ด้วยเหตุผลด้านการใช้พลังงานและข้อจำกัดของขนาดที่ไม่สามารถใส่ความสามารถต่างๆได้หมด

บทสรุป

ทุกสิ่งที่มนุษย์เราคิดค้น วิจัย พัฒนาขึ้นมาล้วนมีแรงผลักดันเพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่ถูกมองข้ามไป คุณก็อาจเป็นคนหนึ่งที่เป็นคนคิดค้นและสร้าง “เทคโนโลยีเกิดใหม่” ให้กับมนุษยชาติ พอถึงเวลานั้น เรื่องเงินคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ที่สำคัญชื่อของคุณจะถูกจารึกประวัติศาสตร์ เทียบเท่ากันเอดิสัน หรือไอสไตล์ เลยทีเดียว ผมเชื่อว่าขอเพียงหมั่นหัดสังเกต คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ปัญหา อย่างจริงจัง การสร้างเทคโนโลยีเกิดใหม่ “คุณก็ทำได้” ครับ ^_^

AjBee.Me : กดแชร์กันได้ตามสบาย ไม่หวงครับ