รีวิวหนังสือดี: The Power of Habit

พอดีเพิ่งอ่านหนังสือนอกเวลาเล่มล่าสุดจบ โดยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือแนวเดียวกัน เป็นหนังสือแปลชื่อภาษาไทยคือ “สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่  ด้วยนิสัยแค่ 1%”  แต่ผมชอบชื่อภาษาอังกฤษต้นฉบับมากกว่ามากว่า “The Power of Habit” ดูสือความหมายและทรงพลังดี  ตอนแรกเคยเห็นตามแผงแล้วไม่ได้คิดจะหยิบมาอ่านเพราะเคยอ่านแนวนี้มาเยอะแล้ว และตัวปกทำมาไม่ค่อยน่าสนใจ  เค้าถึงบอกดูหนังสืออย่าดูแค่ปก ^_^

** หมายเหตุ: ภาพที่นำมาประกอบบางภาพมาจาก internet วัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้าใดๆ  ทั้งสิ้น **

 

ผู้แต่งคือ Chales Duhigg ตัวหนัวสือได้รับจัดอันดับเป็น The New York Times Bestseller ด้วยครับ แต่มันคงไม่ได้มีดีแค่นี้ ไม่งั้นผมคงไม่จับมารีวิว ตามมาดูกันว่ามันมีดียังไง

เนื้อหาในเล่ม

ผู้เขียนพยายามนำเสนอลักษณะวงจรแห่งนิสัยของเรา ผ่านเรื่องเล่า กรณีศึกษา ผลการทดลองและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งโครงสร้างของหนังสือ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนที่ 1: นิสัยของบุคคล

book-1-2

มุ่งเน้นให้เราเข้าใจว่านิสัยของเราก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร รวมถึงวิธีการสร้างนิสัยใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น และพูดถึงกฏเหล็กแห่งการเปลี่ยนนิสัย ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

อันนี้ผมแค่ยกมาหนึ่งตัวอย่าง (ในหนังสือจะมีตัวอย่างหลายตัวครับ) จากรูปเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนนิสัยการสูบบุหรี่ เมื่อเกิดสิ่งกระตุ้น มันจะกระตุ้นกิจวัตรจากนิสัยของเราออกมา เมื่อได้ทำกิจวัตรนั้นแล้ว รางวัลที่ได้คือความสุขที่ได้ทำ ผู้เขียนแนะนำว่าการเปลี่ยน ไม่ควรเปลี่ยนแปลงสิ่งกระตุ้น หรือรางวัล แต่ให้ฝึกสังเกตุว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้น และอะไรคือรางวัล แล้วค่อยปรับเปลี่ยนกิจวัตร เช่นจากการสูบบุหรี่ เป็นการดื่มเครื่องดื่มแทน แต่ผลที่ได้เหมือนกัน (รางวัล) คือความเพลิดเพลินหรือรู้สึกดี เป็นต้น

ส่วนที่ 2: นิสัยขององค์กร

พูดถึงการนำหลักการวงจรแห่งนิสัย มาประยุกต์ใช้กับองค์กร การค้นหาจุดเล็กๆ ซึ่งก็คือนิสัยที่สำคัญในองค์กรแล้วปรับเปลี่ยนมัน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้เกิดขึ้น

โดยผู้เขียนได้ยกกรณีศึกษาของพอล โอนีลล์ ซีอีโอของบริษัทอัลโค ซึ่งเป็นบริษัทอายุกว่าร้อยปีและมีพนักงานกว่า 15,000 คน จากการมุ้งเน้นที่จะเปลี่ยนบริษัทให้เป็นองค์กรให้มีนิสัยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในกระบวนการทำงานมากที่สุด (เนื่องจากเป็นบริษัทที่ต้องทำงานกับโลหะอุณหภูมิสูงตลอดเวลา และมีอุบัติเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิตเป็นประจำ)  จนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามมาอีกมากมายและสร้างผลประกอบการที่น่าประทับใจ

อีกกรณีศึกษาหนึ่งคือของสตาร์บัค ที่สนับสนุนให้พนักงานมีนิสัยในการสร้างพลังใจ ทำให้ลดอัตราการลาออกของพนักงานและสามารถให้บริการชั้นหนึ่งให้กับลูกค้า จนสามารถเป็นผู้ให้บริการร้านการแฟยอดเยี่ยมที่มีสาขาไปทั่วโลกและเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจสำหรับคอกาแฟ สร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างมหาศาล

นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้อธิบายถึงการวิเคราะห์นิสัยของผู้บริโภคและนำมาใช้ในการทำนายสิ่งที่ลูกค้าต้องการในอนาคตได้อย่างแม่นยำ แล้วก็ไม่ลืมพูดถึงเส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัว กับการยื่นข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าดีมากๆ

ส่วนที่ 3: นิสัยของสังคม

กล่าวถึงวิธีการสร้างนิสัยใหม่ให้กับสังคม ผ่านทางวงจรความสัมพันธ์แบบแนบแน่น แบบผิวเผิน และการเชื่อมโยงทางสังคม ซึ่งก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลทางสังคมมากมาย ในกรณีศึกษา เป็นเรื่องของการรณรงค์เรื่องการเหยียดผิวและสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงนี้ผมว่าถ้ามีคนเข้าใจแล้วนำไปใช้ในทางที่ดีจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีในสังคมบ้านเราได้ครับ

ตอนท้ายของหนังสือ: จะมีวิธีปรับเปลี่ยนนิสัยให้เราสามารถทำตามได้โดยง่าย ผ่านตัวอย่างที่เห็นภาพและนำไปปฏิบัติได้จริง

ใครควรอ่านหนังสือเล่มนี้

คนที่อยากค้นหาวิธีและปรับเปลี่ยนนิสัยในทางที่ดีขึ้น เช่น การลดน้ำหนัก การรักการออกกำลังกาย ชีวิตคู่

นักเรียนนักศึกษา นักพัฒนา นักวิจัยและนักการตลาด ที่สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับการนำเสนอผลงาน สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านกระบวนการที่เข้าถึงวงจรนิสัยของผู้บริโภค

หัวหน้าองค์กร เจ้าของบริษัท ที่ต้องการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กร โดยสามารถใช้หลักการและกรณีศึกษาในหนังสือเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัยหรือ (วัฒธรรมองค์กร) ให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำมาซึ่งผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น

ผู้ที่ต้องการเป็น ผู้นำมวลชน หรือนักพัฒนาสังคม ผู้ที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคม ที่ต้องการสร้างกลุ่มทางสังคมแบบขยายตัว ที่เข้มแข็งและยั่งยืนผ่านวิธีการที่แนะนำในหนังสือ

รายละเอียดหนังสือ

สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยนิสัยแค่ 1%
The Power of Habbit
ผู้เขียน          Charles Duhigg
ผู้แปล           พรเลิศ อิฐฐ์, วิโรจน์ ภัทรทีปกร
สำนักพิมพ์    วีเลิร์น (WeLearn Co., Ltd.)
จัดจำหน่าย   อัมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด

ISBN            978-616-287-063-7
ราคา             280 บาท

บทสรุป

หนังสือเล่มนี้มีดีว่าที่เห็นเยอะมาก ถึงแม้ว่าบางตอนของเนื้อหาจะค่อนข้างหนักไปบ้าง ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการผ่านกรณีศึกษาได้อย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งนำหลัการทางวิทยาศาสตร์และผลการวิจัยมาช่วยอธิบาย ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตเราได้จริง  ถ้าใครพอมีเวลาลองหามาอ่านกันครับ ^_^

AjBee.Me : กดแชร์กันได้ไม่หวงครับ ^_^