หาเงินใช้เองแบบไม่พึ่งเงินเดือน ทำอย่างไร?

“เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ไม่มีเงินนี่สิเรื่องใหญ่” คงไม่มีใครบอกว่าไม่จริงใช่ไหมครับ หลายๆคนที่ผมเกี่ยวข้องด้วยมักมีปัญหาคล้ายๆกัน ในเรื่องของภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าเทอม ค่าซื้อของใช้ต่างๆ ทำให้เงินที่ได้มาแต่ละเดือนไม่เหลือเก็บ หรือถึงขั้นไม่พอใช้ บอกไว้ก่อนนะ บทความนี้ผมไม่ได้มาสอนให้ขายตรง ไม่ได้สอนเล่นหุ้น อันนั้นไม่ใช่แนวผม ผมจะมาเล่าให้ฟังว่ายังมีวิธีหาเงินอีกเยอะแยะที่คุณคิดไม่ถึง หรือคิดไว้แต่ไม่แน่ใจว่ามันได้จริงรึเปล่า เลยยังไม่ได้ลงมือทำ

ผมขอแนะนำเฉพาะที่มีประสบการณ์ทั้งของผมเองกับของเพื่อนๆที่เค้าทำได้จริงและเห็นผลแล้วนะครับ

ขายของออนไลน์

ถ้าคุณเป็นคนที่รับผิดชอบ ถ้าคุณมีความรู้ในสินค้าชนิดนั้นเป็นอย่างดี ชอบตอบคำถาม และชอบให้คำปรีกษา และชอบในตัวสินค้าที่คุณนำมาขายเป็นพิเศษ เช่น ขายสินค้าเกี่ยวกับสัตว์ (เดี๋ยวนี้ของเกี่ยวกับหมาๆ แมวๆ ก็ขายดี)  สินค้าแฟชัน (ที่เป็นแนวเฉพาะแบบที่เราชอบ เพราะถ้าเป็นแบบธรรมดาคู่แข่งเยอะมาก) สินค้าเทคโนโลยี … สิ่งที่คูณต้องหาความรู้เพิ่มคือ แหล่งซื้อสินค้า ถ้าได้จากโรงงานโดยตรงยิ่งดี เพราะถ้าต้นทุนถูก ก็หมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น จากที่เคยคุยกับคนที่เค้าขายกัน จะตั้งราคาเป็นหลาย step คือ ราคา 400% สำหรับขายปลีก, 300% สำหรับจัดโปรโมชัน, 200% สำหรับขายส่ง (แล้วแต่ชนิดสินค้า) เช่นสินค้า A ต้นทุน 200 ขายปลีกที่ 799  ช่วงจัดโปรขาย 599 ขายส่ง 400 ถ้าไม่คิดเรทนี้อยู่ไม่ได้ครับเพราะเวลาซื้อของคุณต้องซื้อเป็นลอตใหญ่เช่น power bank 10-50 ตัว ถึงจะได้ต้นทุนที่ถูก โดยสินค้าอาจจะซื้อจากเว็บ alibaba หรือ aliexpress ก็ได้ (ถ้าให้ดีลองหาตัวเครื่องบิน 0 บาท พาเพื่อนที่รู้ภาษาจีนไปดูของถึงแหล่งผลิต หรือลองหาทัวร์ผู้ประกอบการไปเที่ยวโรงงานจีนซักทีก็ดีครับ) ที่สำคัญสินค้านั้นต้องแตกต่าง ไม่มีขายตามห้างหรือตลาดนัดทั่วไป ช่วงราคาขายที่เหมาะสมคือ 500-2,000 บาท จะเป็นช่วงที่คนตัดสินใจซื้อได้ทันที (ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ) ถ้าไปได้สวยนี่แพ็คของส่งกันไม่ทันเลยครับ ส่วนวิธีการขาย อันนี้แล้วแต่ถนัดเลยข่ายผ่าน Facebook, Line, Instagram หรือแม้แต่ Twitter หรือจะเปิดหน้าร้านออนไลน์เดี๋ยวนี้ก็มีให้ใช้ฟรีเยอะเช่น http://www.lnwshop.com/http://portal.weloveshopping.com/ เป็นต้น

สิ่งที่ใช้: ความรัก ชอบ เข้าขั้นหลงไหลในสินค้าชนิดนั้นๆ  การหาของถึงแหล่ง การตรวจสอบคุณภาพสินค้า และหัวใจนักบริการที่ต้องคอยตอบคำถามลูกค้า “ถ้าสินค้าดีจริง คนขายใจดี ลู้กค้าก็ติใจ เงินไหลมาเทมาครับ”

เงินลงทุน: อยู่ในช่วง 2,000-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคาต่อชิ้นของสินค้า บางคนใช้เทคนิค Pre-Order คือให้ได้ Order ก่อนแล้วค่อยรวมสั่งซื้อทีเดียว (ประมาณจับเสือมือเปล่า)

รายได้เสริมเฉลี่ย:  ประมาณ 10,000 – 100,000 บาทต่อเดือนครับ ตรงนี้ขึ้นกับความขยัน เข้าใจนะ ^_^

 

นักเขียนออนไลน์

ถ้าคุณชอบอ่าน ไม่ว่าจะเป็นนิยาย เรื่องทั่วไป กระทู้พันทิพ ฟีดในเฟซบุ๊ก ชอบหาความรู้จากสื่อทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ นี่แหละทางของคุณ คุณอาจไม่เชื่อว่า Blogger และนักเขียนออนไลน์หลายคนมีรายได้หลักแสนต่อเดือนจากการเขียนบทความ ทั้งรายได้จากการจ้างเขียน และรายได้จากค่าโฆษณา (รายได้จากสปอร์นเซอร์หลัก รายได้จากการติดตั้งโฆษณาจาก google) และรายได้จาการโปรโมทสินค้า แต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลาสะสมงาน ยิ่งคุณเขียนเยอะขึ้น ความคิดคุณจะมีระเบียบมากขึ้น หาข้อมูลเพิ่มขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้น อ่านแนวงานเขียนของคนอื่นแล้วนำมาพัฒนารูปแบบการเขียนของเรา ทำให้คมมากขึ้น เมื่อผลงานสะสมได้ระดับหนึ่ง (โดยมากจะเริ่มมีโมเมนตั้มที่ 50-100 บทความขึ้นไป) และคุณภาพของงานเขียนเข้าที่ มีแฟนคลับติดตาม ตอนนั้นรายได้คุณจะแปรผันตามจำนวนของผู้ที่เข้ามาอ่านบทความในแต่ละวัน และยิ่งบทความของคุณเป็นเรื่องที่คนหมู่มากสนใจ โอกาสที่จะสร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หลังจากนั้นค่อยเริ่มรวบรวมเนื้อหาออกเป็นอีบุ๊กขายใน Play Store หรือ iTune ก็ยังได้ หลายๆคนได้รับการติดต่อจากสำนักพิมพ์นำไปตีพิมพ์ หรือติดต่อจากวารสารให้เขียนบทความประจำก็ยังมีครับ

สิ่งที่ใช้: ความรักในการอ่าน และงานเขียน การใช้คำและมุมมองที่แตกต่างในการนำเสนอสิ่งที่ยากให้เป็นสิ่งที่ง่าย แต่ยังคงความน่าค้นหา และที่ขาดไม่ได้คือต้องบังคับตัวเองให้เขียนทุกวัน อย่าหยุดแม้แต่วันเดียว (อันนี้ยากที่สุด) งานนี้ “ยิ่งเขียนมาก ยิ่งรู้มากครับ”
เงินลงทุน:  0 บาท ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องเขียน Blog คุณสามารถใช้บริการฟรีจากหลายๆแหล่งเช่น Blogger.com ของ Google  หรือถ้าอยากได้โฮสฟรีลองอ่านบทความแรกของผมดูตาม [Link] นี้ครับ
รายได้เฉลี่ย:  5,000-100,000 บาทต่อเดือน แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนผลงาน และการดึงดูดผู้ติดตาม

 

นักผลิตรายการวิดีโอ ออนไลน์

ถ้าคุณชอบดูคลิปตลกๆ ฮาๆ หรือคลิปแบบมีสาระทั้งตาม Youtube และ Facebook ทำไมคุณไม่ลองทำมันขึ้นมาเองบ้างล่ะ เดี๋ยวนี้มันทำได้ไม่ยากแล้ว นักสร้างวิดีโอที่มีรายได้หลักล้านส่วนใหญ่เริ่มจากความชอบกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอริวิวเกมส์  วิดีโอเอ็มวีเลียนแบบ วิดีโอสอนเขียนโปรแกรม วิดีโอที่ถ่ายสถานที่แปลกๆ เรื่องราวตลกๆ ถ้าคุณผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องและสร้างช่องเป็นของคุณเองบน Youtube แล้วลงทะเบียน Youtube Partner ลองดูวิธีสมัครตาม [Link] นี้ครับ ของผมหลังจากลองสมัครแล้วติดตั้งโฆษณาลงไป โดยที่ยังมีวิดีโอไม่เยอะก็ยังเริ่มได้เงินแล้ว ลองเข้าไปอ่านกรณีของหนุ่มติดเกมส์คนนี้ดูก็ดีครับ [Link] แต่ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่าจะทำวิดีโออะไร ก็ขอให้ดูเยอะๆ แล้วเลือกแนวที่เราชอบหรือทำได้โดยไม่ลำบาก เช่น สอนปั้นดินน้ำมัน ทำงานฝึมือ ทำอาหาร สอนเขียนโปรแกรม ถ่ายสัตว์เลี้ยงตามที่ต่างๆ หรือแม้แต่รีวิวร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือสถานที่ท่องเที่ยว เคล็ดลัพธ์สำคัญคือ ทำให้แตกต่าง อย่าแค่ถ่ายเฉยๆ ถ้าผสมความตลก และมีจุดหักมุม คนก็จะแชร์เยอะครับ ยิ่งถ้าทำเป็นช่อง เดี๋ยวคนเค้าจะเวียนมาชมกันเรื่อยๆ เงินก็เข้าเรื่อยๆ โดยเราเหนื่อยแค่ครั้งเดียว น้องที่ผมรู้จักเพิ่งทำมาประมาณ 6 เดือน ตอนนี้ก็ได้ประมาณวันละ $30 เหรียญครับ

สิ่งที่ใช้: ความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ที่คุณมี สิ่งที่คุณชอบ มุมมองที่แตกต่าง และความชำนาญในการถ่ายทำ การเพิ่มภาพนิ่ง เสียงเพลงประกอบ และคำอธิบาย เพื่อดึงดูดความสนใจ
เงินลงทุน:  0 บาท ถ้าคุณมีกล้องอยู่แล้ว (ใช้กล้องมือถือก็ยังได้) คอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ต
รายได้เฉลี่ย:  10,000-100,000 บาทต่อเดือน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามปริมาณวิดีโอที่คุณมี ถ้าคิดตามเรทของ Youtube ทุก 1,000 วิว จะได้ 1$  คุณมี 1,000 วิดีโอ แล้วคนดูวิดีโอของคุณเฉลี่ยที่ 100 ครั้งต่อวัน ก็ได้วันละ $100 เหรียญ สบายๆแล้ว ที่สำคัญคือต้องสร้างผลงานต่อเนื่อง

 

นักพัฒนาแอพบนมือถือ

อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงของผมเอง ถ้าคุณรักและชอบในการเขียนโปรแกรม และชอบเล่นแอพบนมือถือ เลือกแนวแอพที่คุณชอบ เล่นมันจนทะลุปรุโปรง หาสิ่งที่ยังขาดหายไป แล้วเขียนมันขึ้นมาใหม่ให้ดีกว่าเดิม หรือหาจากปัญหารอบตัว อย่างของผมมีลูกสาวก็เน้น เขียนแอพให้ลูกสาวเล่น ให้เด็กๆมีส่วนร่วม ช่วยกันคิด ข่วยกันหาข้อมูล ถ้าลูกๆของคุณชอบแอพที่คุณเขียนแล้วเล่นมันติดต่อกันเกิน 3 วัน… นั่นแหละแอพทำเงินหละ ยังมีแอพอีกหลายตัวที่รอให้เราเขียน  วิธีการคือดูว่าตอนนี้เค้านิยมอะไรกัน หาข้อมูล สร้างความแตกต่าง เพิ่มความสนุก แล้วหาทางสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้ ถ้าผู้ใช้พอใจและบอกต่อ เดี๋ยวรายได้มันไหลเข้ามาเองครับ ส่วนวิธีทำเงินก็มีตั้งแต่ขายแอพโดยราคาควรอยู่ที่ $0.99-$2.99 ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องเป็นแอพสำหรับกลุ่มมืออาชีพที่ต้องมีทีมพัฒนาค่อนข้างใหญ่ การขายเนื้อหาในแอพแบบ In App Purchase ขึ้นอยูกับเนื้อหาเช่น เพลง วิดีโอ หนังสือ หรือนิทาน (อีกอันที่เจอเยอะคือการขายไอเท็มในเกมเช่น ซื้อเพชร ซื้อ Move เป็นต้น)  การซื้ออายุสมาชิกเช่น $6.99 เหรียญต่อเดือน และการติดตั้งโฆษณาของ AdMob เป็นต้น เคล็ดลัพธ์ คือถ้าเป็นแอพคุณภาพแบบปานกลาง ควรตั้งเป้าให้ได้ 1-2 สัปดาห์ ต่อ 1 แอพ เมื่อผ่านไป 6 เดือนคุณก็จะมีแอพเกิน 10 แอพช่วยสร้างรายได้อย่างมั่นคงละครับ  ถ้าอยากเห็นคนที่เค้าทำจริงๆจังๆลองดูในบล๊อกนี้ครับ [Link] (คนนี้เค้าทำจนหลังๆเงินเหลือเที่ยวละ) “ใครที่เลือกแนวนี้ ก็ตาม Blog ผมกันยาวๆ นะครับรับรองเขียนเป็นแน่นอน” ^_^

สิ่งที่ใช้: ความสามารถในการเขียนโปรแกรม การมองปัญหารอบตัวให้ออกว่าคนส่วนใหญ่มีปัญหาอะไร ต้องการอะไร แล้วนำมาเขียนเป็นแอพเพื่อช่วยให้ชีวิตเค้าดีขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ที่สำคัญต้องสนุกด้วย
เงินลงทุน:  0 บาท ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ และเขียนโปรแกรมเป็นอยู่แล้ว
รายได้เฉลี่ย:  10,000-100,000 บาทต่อเดือนและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณแอพและประเภทของแอพครับ เคล็ดลัพธ์คือพยายามทำแอพที่ต้องเปิดใช้ทุกวัน และไม่ขึ้นกับกระแส จะได้มียอดการใช้งานต่อเนื่อง ทำเงินต่อเนื่อง

ลองเข้าไปดู แอพที่ผมเขียนไว้ก็ได้ครับ: บน Android , บน iOS

 

เคล็ดไม่ลับ ที่ผมค้นพบ และปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระ

ทั้ง 4 ตัวอย่างเป็นแนวทางที่ผมพิสูจน์แล้วและยืนยันว่าทำได้จริงและยั่งยืนด้วย (ผมหยุด update แอพมาหลายเดือน แต่เงินก็ยังเข้าเรื่อยๆ) ใครที่ถนัดหรือรักชอบแนวอื่น ก็ทำตามแนวที่คุณถนัดนะครับ ถ้าจะให้เห็นผลโดยไวลองรับเคล็ดวิชาด้านล่างไปพิจารณาด้วย แล้วเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ให้มากครับ

  • หาตัวเองให้เจอก่อนว่าชอบอะไร อะไรที่เรารู้ แต่คนอื่นไม่รู้ , อะไรที่เราทำแป๊บเดียว แต่คนอื่นใช้เวลานาน, อะไรที่เรามีอยู่แล้ว แต่คนอื่นไม่มี แปลงสิ่งที่คุณหลงไหลให้เป็นแหล่งทำเงินซะ
  • คิดแล้วต้องรีบทำเลย คิดแล้วทำเลย คิดแล้วทำเลย เพราะถ้าคุณมีไอเดียใหม่ผุดมาเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นความคิดล้นไปหมด เลือกทำไม่ถูก แล้วสุดท้ายจะไม่ได้อะไรเลย
  • ใช้พลังแห่งความต่อเนื่อง อย่าเหนื่อย อย่าหยุดทำ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สิ่งที่คุณทำสะสมมาทั้งหมดจะเริ่มให้ผลตอบแทนที่ทำให้คุณลืมเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
  • เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เอ้ยเชื่อในส่งที่ทำ เพราะมีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ในคุณค่าของสิ่งที่คุณทำ ถ้าตอนนี้มันยังไม่สำเร็จ แสดงว่าเรายังมีความรู้ไม่มากพอ  ยังทำไม่มากพอ และยังพยายามไม่มากพอ
  • คิดค้นเคล็ดลัพธ์ของเราเอง คิด วิเคราะห์ปัญหา และหาทางแก้ในแบบของเราซึ่งอาจไม่เหมือนกับวิธีของคนอื่น เพราะบางครั้งใช้วิธีของคนอื่นมันอยู่บนสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกับของเรา เช่น แอพยอดตก คนอื่นอาจจะแนะนำให้ทิ้งแอพนี้แล้วทำแอพอื่นเสริม ทั้งๆที่ถ้าปรับปรุงนิดหน่อย ยอดอาจกลับมาเหมือนเดิมเป็นต้น

 

คุณสามารถทำทั้งหมดที่กล่าวมาพร้อมๆกัน เช่น ขายของ หรือเขียนแอพ โดยทำวิดีโอช่วยโปรโมท และเขียนบทความอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าและตัวแอพของคุณ เมื่อเสาหลักทั้งสามทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์ (สินค้า,วิดีโอ,บทความ) เครื่องจักรทำเงินมันจะเดินไม่หยุด คุณก็แค่คอยเก็บเกี่ยวผลที่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นคุณก็สามารถเลือกทำในสิ่งที่คุณชอบ หรือกลับไปทำสวนทำไร่แบบสโลวไลฟ์ที่บ้านเกิด โดยไม่ได้มองเรื่องเงินเดือนเป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะคิดที่ทำสิ่งต่างๆตอบแทนให้กับโลกใบนี้บ้าง ที่สำคัญคือต้องเริ่มทำเดี๋ยวนี้ และอย่าหยุดครับ

AjBee.Me : หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับคนไอทีที่อยากมีชีวิตอิสระ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะครับ ^_^

ติดตามข้อมูลผ่าน FanPage เข้าไปกด Like ที่: https://www.facebook.com/AjBeeMePage