Pokemon Go เกมจำลองชีวิต เมื่อได้คิดก็จะเข้าใจ

หลายคนคงได้เล่น หลายคนเลิกเล่น หลายคนยังคงเล่นต่อไป ด้วยปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจ แต่ถ้าเราลองมองดูให้ดีๆ จะพบความจริงในการดำเนินชีวิต เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จแฝงอยู่ในตัวเกม (จริงๆ เกมอื่นก็คงมีเหมือนกัน แต่ Pokemon Go ให้แนวคิดค่อนข้างชัด)

เราเล่นเกมเพื่ออะไร? vs เราเกิดมาเพื่ออะไร

คนที่เล่น Pokemon Go ถือว่าหลากหลายประเภท ทุกช่วงอายุ ทุกสายอาชีพและวัตถุประสงค์อาจจะแตกต่างกัน

  1. เล่นเพื่อความบันเทิง เก็บม่อนไปเรือยๆ เพราะมันน่ารัก  มองเป็นงานอดิเรก (เหมือนลูกสาวคนเล็กผม)
  2. เล่นจริงจังเน้น Up Level ให้ไว เพื่อไปตียิม เก็บ PokeCoin ไว้ซื้อไอเทม หรือ upgrade
  3. เล่นไปคิดไป มีการวางแผน การเดินทาง การค้นหา และการตียิม และวางแผนในการ Evo หรือปั้น Pokemon แต่ละตัว การเช็คค่า IV  การเลือก skill  เข้าใจม่อนแต่ละตัวในมืออย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่เน้นแค่ CP สูงๆบ้าพลังอย่างเดียว จัดว่าเป็น Trainer มืออาชีพ
  4. เล่นแบบไม่เกรงใจใคร เล่นหลายไอดี มีตัวแรร์เพียบ (คือโกงนั่นเอง ทั้งสายบอท สายมุด สายสไนป์ รวมๆคือสายดาร์คนั่นเอง) อันนี้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเล่นทำไมให้เสียเวลาชาวบ้าน เอาไปอวดใครก็คงไม่ภูมิใจหรอกครับ

** สำหรับใครที่มาสายมืด สายโกง ถ้าแค่อยากลองเพื่อรู้ ก็อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้เล่นท่านอื่นเลยนะครับ สิ่งที่คุณทำไม่ได้เก่งกาจอะไร ใน Youtube มีคลิปสอนเยอะแยะ เด็กประถมก็ทำได้ ถ้าขาดวุฒิภาวะจนเกินเยียวยา แนะนำให้ไปรวมกันเปิดเซิร์ฟ บ้าพลังเล่นกันเองเลยจะดีกว่า มันเหมือนกับบ้านเมืองเราที่คนโกงสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านนั่นแหละ โอ๊ะไม่เอาไม่มาม่า ถ้าเลิกได้ก็เลิกนะครับ มาอยู่สายขาวกัน ^_^

กับชีวิตจริงก็ไม่ต่างกันครับ คุณจะแค่ใช้ชีวิตเล่นๆ ไปวันๆ  จะใช้ชีวิตแบบเดินไปตามเกมหรือจะใช้ชีวิตแบบมืออาชีพ ถ้าเข้าใจและพยายามปรับตัวมันจะทำให้เรามีความสุขในทุกๆสิ่งที่เราได้ทำ ทุกอย่างที่คิดและทำเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งด้านความรัก การงาน และการเงิน…

เทคนิคการเล่นในแต่ละ Level  vs การดำเนินชีวิตในแต่ละช่วง

อันนี้เป็นมุมมองส่วนตัวนะครับ เป็นความจริงที่คนเล่นจริงๆต้องเจอ  แต่ใครจะลองรับไปปรับใช้ดูก็ได้ แล้วจะพบว่าชีวิตเราจะง่ายขึ้นเยอะ

  • Level 1-5:    อนุบาลฝึกหัด หัดโยนบอล เหมือนเราเพิ่งหัดเดิน  ถ้าชีวิตจริงคือ เรียนรู้พื้นฐานสิ่งที่จำเป็นในการไปยังระดับต่อไป ฝึกฝนพื้นฐานไปครับ เอาให้คล่องเอาให้แม่น แล้วคุณจะเสียบอลน้อย แถมได้ XP เยอะสุดในแต่ละครั้ง
  • Level 6-10: ไล่จับ Pokemon เริ่มสะสม จับลูกเดียว อย่างอื่นอย่างเพิ่งสน การใช้เครื่องมือเพื่อให้ไปให้ถึงจุดหมาย เช่น บอลแต่ละสี การฟักไข่ การใช้น้ำหอม การใช้โมดูล การใช้ Lucky Egg ชีวิตจริงคือ ศึกษาหาความรู้ ในแต่ละด้าน (เทียบได้กับ Pokemon แต่ละตัว) ไอเทมแต่ละชนิดคือ กลุ่มความรู้ที่เราควรรู้ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา สังคม และเทคโนโลยี โดยทุกอย่างจะถูกจำกัดด้วยเวลา และศักยภาพในการเรียนรู้
  • Level 11-15:  เริ่มเก็บสะสม Stardust และ Candy และวางแผนในการ Evo ม่อนแต่ละตัว ชีวิตจริงคือ ต้องเริ่มวางแผนว่าเราจะเน้นไปทางด้านไหน คือต้องหาตัวเองให้เจอ สิ่งที่ต้องการบางอย่าง ใช้เงินซื้อไม่ได้ (Stardust) ของบางอย่างถ้าจะเรียนรู้ได้ก็ต้องใช้ฐานความรู้เดิม (Evo ต้องใช้ candy) เทียบได้กับถ้าเราอยากเรียนรู้เทคโนโลยีหรือเทคนิคขั้นสูง ก็ต้องมีพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้จาการเรียนรู้ก่อนหน้านี้ (อยากได้ Gyarados ยังต้องจับปลาได้ 100 ตัว) ของบางอย่างถ้าความรู้ไม่ถึงก็ศึกษาไม่ได้เหมือนกัน และต้องใช้เวลาในการสั่งสม
  • Level 15-20:  ช่วง Speed Up ช่วงนี้เหมาะกับการใช้ Lucky Egg ในการเพิ่ม Level ที่ละ 2-3 ขั้นเนื่องจากเราจะมี candy และม่อนมากพอให้ Evo รัวๆได้ เทคนิคคือเก็บ นก หนู แมลง ไว้เยอะๆ เพราะใช้ candy แค่ 12-25 candy ในการ Evo มันก็เหมือนกับการเริ่มการลงทุนจากทุน เล็กๆน้อยๆ ก่อน สร้างรายได้จากหลายๆทาง และยกฐานะ (Level)  ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าชีวิตจริงคือ เราจะต้องเริ่มมองหาการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนระยะสั้น เพื่อเพิ่มระดับ และจะได้พบกับโอกาสที่ดีขึ้น เวทีที่ใหญ่ขึ้น  (มอน CP สูงๆ) พบกับการลงทุนที่มูลค่าสูงขึ้น จากหลักพัน เป็นหลักหมื่น จากหลักหมื่นเป็นหลักแสน
  • Level 20-25 : ช่วงนี้จะพบว่าชีวิตเราดำเนินช้าลง การเพิ่ม Level แบบรัวๆ ทำได้ยากเนื่องจากต้องใช้ต้นทุนสูงขึ้น เราสามารถจับม่อนได้เยอะขึ้น เก็บของได้เยอะขึ้น แต่ก็จะพบกับปัญหาใหม่คือ ข้อจำกัดของกระเป๋าเก็บ Item ที่มีให้แค่ 350 หรือกระเป๋าเก็บม่อน ที่มีให้แค่ 250 ทำให้ต้อเสียเวลาในการบริหารจัดการ นั่นคือเพื่อที่จะข้ามไปอีกขั้น เราต้องหาวิธีจัดการกับข้อจำกัดนี้ (ถ้าสาย Pay คงซื้อ Pokecoin แล้ว upgrade เลย) แต่ถ้าเป็นสายฟรี มีทางเลือกเดียวคือต้องตียึดยิม ค่อยๆเก็บหอมรอมริบ วันละ 10-30 เหรียญจนครบ 200 ถึงจะ upgrade ได้ (ตรงนี้จะเห็นว่าต้นทุนของคนที่มีเงิน กับไม่มีเงินมันต่างกันพอควร แต่ทุกอย่างอยู่ที่ความพยายาม) นอกจากนั้นต้องเริ่มปั้น ม่อนตัว CP สูงๆ Skll เทพๆเพื่อไว้ตี และ ยึดยิม ยิ่งยึดได้เร็วได้นาน โอกาสที่จะเก็บ Pokecoin ได้มากในแต่ละรอบก็เป็นไปได้สูงขึ้น เมื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ได้แล้วเราก็จะพร้อมไปยัง Level ถัดไป
  • Level 26-30 :  เริ่มเจอกับความท้าทายเพิ่มขึ้น ทำยังไงที่จะเลื่อนระดับแต่ละขั้นให้ได้เร็ว ความจำเป็นในการใช้ไอเทมมีมากขึ้น โดยเฉพาะ Lucky Egg (เพราะสามารถเพิ่ม XP แบบคูณ2 ได้) ทางเลือกที่จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆ คือคุณต้องมีทีม (หมายถึงทีมเพื่อนจริงๆ หรือครอบครัว) เพราะยิมที่มีเจ้าของคนเดียวสามารถถูกตึได้ง่ายมาก มันเหมือนกับการสร้างธุรกิจ เราไม่สามารถสร้างได้เพียงคนเดียว ต้องประกอบด้วยทีมงาน เน็ตเวิร์คกลุ่มคนรู้จัก แล้วนัดกันยึดแล้วคุณต้องสอนวิธีเค้า ที่แน่ๆคุณจะต้องเป็นผู้นำในการเข้ายึด และเพิ่ม Level ยิมให้สูงที่สุด (ใครเคยตียิม Level 10 จะเข้าใจว่าเหนื่อยสุดๆ) ถ้าคุณยึดได้ 10 ยิม ภายในทุกๆ 20 ชม. คุณจะได้ stardust 10000 และ 100 Pokecoin มันเหมือนกับการลงทุนใน Passive Income ยิมแต่ละยิมคือธุรกิจแต่ละอย่างที่คุณได้สร้าง มันจะให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณเป็นหัวหน้ายิม หน้าที่เพียงอย่างเดียวคือแค่ไปเพิ่ม Level ยิมเพื่อให้ลูกทีมสามารถเข้ามาในยิมได้ ยิม(ธุรกิจของคุณ) จะยิ่งแข็งแกร่ง **หมายเหตุ** คนที่จะได้เป็นหัวหน้ายิมคือคนที่ใส่ ม่อนที่มี CP สูงที่สุดในยิม
  • Level 31-40:  คุณอาจเริ่มวางแผนสำหรับการท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกๆ เจอเพื่อนใหม่ๆ สร้างทีมงานในแต่ละประเทศ เป็นต้นคิดในการจัดกิจกรรมสำคัญๆ และช่วยทีมงานผู้พัฒนาในการพัฒนาระบบเกมให้ดีขึ้น และพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ข้อจำกัดในเกมและ Item  vs การวางแผนการเงินและทรัพยากร

  • Poke Ball    ใช้แต่ละสีให้เหมาะสมกับความยากของม่อนที่ต้องการจะจับ ฝึกใช้ทักษะการปั่นบอลโค้ง (Curve ball) และการโยนให้ได้ Excellent จะได้ค่า XP สูงที่สุดในการจับแต่ละครั้ง
  • Incense       ใช้ในยามจำเป็น กรณีที่ไม่มีม่อนจริงๆ เทคนิคคือ ทุกๆ 200 เมตรของการเดินจะมี ม่อนออกมาให้จับ ยิ่งถ้าไปในที่ที่มีโอกาสเกิด Rar Pokemon ก็ควรใช้
  • Lure Module        ใช้กับเสา Poke Stop ถ้าให้ได้ผลควรใช้กับพื้นที่ๆมีหลายๆเสา อยู่ใกล้กัน (3 หรือ 4 เสาใกล้ๆกัน) อาจจะผลัดกันใช้ จะทำให้สามารถฟาร์ม ม่อนได้เยอะ เปรียบได้กับการร่วมกันลงทุนเพื่อประหยัดเวลาและได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
  • Razz Berry  ใช้กับ ม่อน ที่ Level สูงๆ ถือเป็นทริกเล็กๆน้อยๆ เช่นการจัดโปรโมชัน
  • Egg Incubator  สำหรับฟักไข่ เหมือนกับเรามีเงินลงกับระยะเวลาที่ตอบแทนแตกต่างกัน ควรใช้เงินหมุนไวที่เรามีใช้อยู่ตลอดกับการลงทุนระยะสั้น (ไข่ 2km เครื่องฟักไข่ที่ติดตัวมาแต่แรก จะใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เสมือนกับเงินเดือน)   ส่วนเครื่องฟักไข่ที่จำกัดจำนวนครั้งเช่นใช้ได้ครบ 3 ครั้งจะหายไป ควรใช้กับการลงทุนระยะยาวคือ ไข่ 5, 10 km เพราะยิ่งเราฟักไข 2km ออกไปได้มากเท่าไหร่เราก็มี “โอกาส” ได้ไข่ 5 และ 10 km จาก PokeStop เพิ่มขึ้น (เพราะถ้าไข่คุณเต็ม 9 ใบ เมื่อไหร่จะไม่ได้ไข่ใหม่จนกว่าจะมีการฟักออกไป) หลายๆคนคงเจอเหตุการ มีไข่แต่มีที่ฟักแค่อันเดียว หรือมีที่ฟักเยอะแต่เจอแต่ไข่่ 2 km ดังนั้นจัดการพอร์ตของคุณให้ดี
  • Revive และ Potion   ตอนแรกได้มาหลายคนคงใช้อย่างพร่ำเพรื่อ แต่พอต้องตียิม หรือตรึงยิมบ่อยๆ มักเกิดอาการของหมดได้ ดังนั้นต้องปรับสมดุลกระเป๋าเก็บไอเทมให้ดี เพราะถ้าคุณเน้นตียิม คุณอาจต้องเก็บบอลน้อยลง หรือเทคนิคฉุกเฉินกรณีที่ Revive  ชุบชีวิตหมด แต่มี Potion ให้ใช้เทคนิคเปลี่ยนตัวก่อนตายขณะสู้ดู ไม่ต้องชุบชีวิตแค่เติมพลัง บางครั้งหากบางธุรกิจมันหนักเกินไป ก็อาจกดวิ่งถอยออกมาตั้งหลัก จัดกระบวนทัพกันใหม่ จะทำให้ยึดสำเร็จได้ง่ายกว่า

สรุป:  เกมทุกเกมมีแนวคิดในการดำเนินชีวิตแฝงอยู่ เล่นให้เป็น ใช้ให้เป็นแล้วชีวิตคุณจะสนุกและง่ายขึ้น บางครั้งการไปถึงเป้าหมายโดยไม่สนใจขั้นตอนหรือวิธีการ อาจไม่มีความหมายเลยถึงกับรู้สึกว่างเปล่าเมื่อคุณไปถึง … คุณค่าที่แท้จริงของความสำเร็จเมื่อเราถึงจุดหมายคือ สิ่งที่เราฟันฝ่าระหว่างทาง เพื่อนๆ มิตรสหาย ครอบครัว ต่างหาก ที่จะช่วยให้ความสำเร็จของคุณมีค่า

 

ติดตามข้อมูลผ่าน FanPage เข้าไปกด Like ที่: https://www.facebook.com/AjBeeMePage