หลักสูตร Software Engineering ม.แม่ฟ้าหลวง หลักสูตรปี 62 รอบรับ TCAS62 น่าเรียนขนาดไหนตามมาดู

เริ่มเทศกาลเลือกที่เรียน ประจำปีการศึกษา 2562 มาดูอีก 1 สาขาวิชา ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่กำลังเป็นที่นิยม และเนื้อหอมมากๆ ในตลาดสายงานด้านไอที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง ออกแบบ ซอฟต์แวร์ของตัวเอง รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ระดับโลก เพื่อเปิดทางสู่ธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกในปัจจุบัน

ใครใจร้อน ไปหน้ารายละเอียดการรับสมัครได้เลยที่ [ Admission.mfu.ac.th ]

>> ก่อนอื่น Bookmark หน้านี้ไว้ก่อนเลย!!

ปี 62 เราปรับใหม่ ทั้งบุ๋นและบู้ จัดเต็ม

สาขา วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering) เราปรับหลักสูตรรับปีการศึกษา 2562 เพื่อเลือกสิ่งที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาด ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ที่เห็นด้านล่างเป็น Software Engineering Framework ที่ทีมงานได้จัดสรรค์ และคัดสรรค์ เป็นอย่างดี โดยผ่านการวิเคราะห์ ทั้งจากทีม อาจารย์ พี่ๆที่อยู่ในวงการซอฟต์แวร์ รวมถึงรุ่นพี่ ที่ทำงานอยู่ในวงการ ในการปรับให้เทคโนโลยีในแต่ละชั้นปี มีความเหมาะสม ทั้งในแง่ของการพัฒนาความสามารถ สอดคล้องกับโมเดลในการสร้างรายได้ของผู้เรียน (ที่นี่ เรียนเสร็จ เอาไปใช้งานได้เลย ใช้วิชา หาเงินได้จริง)

se_fw2

  • ปี 1 น้องใหม่: เราจะเรียนรู้กระบวนการในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Agile หลักวิธีคิดและอัลกอริทึม การแปลงโจทย์ปัญหา ให้เป็นแผนภาพ เพื่อให้สามารถส่งต่อให้ทีมงาน พัฒนาต่อได้ การเรียนรู้หลักการของ OOP (Object Oriented Programming) และภาษา Java ซึ่งยังคงมีใช้งานในระบบงานปัจจุบัน การจัดการกับโค้ดด้วย Git ให้สามารถทำงานเป็นทีมร่วมกันได้ การใช้เครื่องมือ ที่ยังได้รับความนิยมในองค์กร อย่าง eclipse และ Netbeans การเรียนรู้วิธีการพัฒนาเว็ปไซต์ ด้วยเทคโนโลยี HTML5, CSS3, และ JavaScript โดยระหว่างเรียน ผู้เรียนจะสามารถรับงานเขียนโปรแกรมหรือเว็ปไซต์หลัก ร้อย ถึง หลักหมื่น ได้
  • ปี 2 เริ่มหัดเดิน: จะเริ่มเข้าสู่การเรียนรู้วิธีการพัฒนาระบบ แต่ละประเภท ทั้ง Mobile Application, Web Application, การออกแบบ UX/UI การแปลงความต้องการของผู้ใช้  (Software Requirements) ให้กลายเป็น Software Spec ที่มีความกระชับ ชัดเจน การเขียน User Story แล้วเลือกวิธีการพัฒนาที่เหมาะสม โดยสามารถใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่เหมาะสม การพัฒนา Mobile Application ต่อยอดจากวิชาที่เรียน ทั้ง Android/iOS (ตามความสนใจ เพราะเรามีกลุ่มชมรมรองรับ) การพัฒนา Web Application ด้วย Framework ที่เหมาะสม ทั้ง Angular, Vue.js, ReactJS , SpringBoot โดยเรียนรู้ควบคู่กับการใช้ฐานข้อมูล MySQL, PostgreSQL, MongoDB หรือแม้แต่ Firebase RDB (Realtime Database) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถ “ฉลาดเลือก” เครื่องมือและแพลตฟอร์ม ให้เหมาะสมกับงาน นอกจากนี้เรายังปลูกฝังกระบวนการทำงานแบบ DevOps ซึ่งเริ่มมีการถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่ ตั้งแต่กระบวนการ Development, Build , Test, และ Deploy โดยเป็นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ เพื่อให้พร้อมสำหรับการออกไปทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพได้จริง หลังจากผ่านปี 2 ผู้เรียนสามารถเริ่มรับงานโครงการหลัก พัน จนถึง หลักหมื่น ได้ อีกทั้งยังสามารถเริ่มพัฒนา Mobile App และส่งขึ้น Store (ตามแบบรุ่นพี่และอาจารย์) เพื่อสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้แบบยั่งยืน
  • ปี 3 เริ่มเดินและออกวิ่ง: จะเร่ิมเข้าสู่ช่วงของการคิดและพัฒนาโครงงานของตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีทางเลือก ที่เป็นที่นิยมในตลาด ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ (ณ.ตอนนี้ เราเลือก Docker, K8S, React, Node ในการตั้งต้น) การวางโครงสร้างสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ด้วยตัวเอง และวางสภาพแวดล้อมในการทำงานร่วมกันเป็นทีม การบริหารโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่  การสร้าง Web APIs สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ผู้เรียน สามารถทำงานในลักษณะ Full Stack Devlopment ได้อย่างมั่นใจ นอกจากนั้นผู้เรียนยังสามารถเริ่มเรียนรู้ภาษาทางเลือกอย่าง Python หรือภาษาอื่น เพื่อต่อยอดไปยังเทคโนโลยีขั้นสูงต่อไป หลังจากผ่านชั้นปีนี้ ระดับวุฒิภาวะของผู้เรียนจะสูงขึ้น มีศักยภาพในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเอง และรู้จักการให้และถ่ายทอดความรู้ โดยสามารถเริ่มสร้างทีมงานของตัวเอง (ขนาดประมาณ 3-5 คน) ในการรับงานหลักหมื่น ถึง หลักแสน ได้ โดยมีทีมอาจารย์ คอยช่วยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด และหากยังพัฒนา Mobile App ควบคู่ไปด้วยตั้งแต่จบปี 2 (ใช้หลักการ 1 เดือน 1 แอพ) ผู้เรียนจะเริ่มมีรายได้ในลักษณะ Passive ประมาณ $100-$300 เหรียญ ต่อเดือน ได้ (ประมาณ 3000 – 9000 บาท ต่อเดือน)
  • ปี 4 เตรียมตัวออกเดินทาง: เป็นช่วงทางเลือก ทั้งเรื่องของการเลือกสถานที่ฝึกงาน และเลือกเส้นทางในการเป็น Specialist ในแต่ละด้านที่ตนเองชอบ โดยผู้เรียนสามารถเลือกที่จะเรียน และเข้าร่วมกลุ่มชมรมพิเศษ เช่น กลุ่มงาน BigData, กลุ่ม IoT (Internet of Things), กลุ่ม BI/BA (Business Inteligence, Business Analytic) หรือกลุ่ม Enterprise Application อย่าง SAP ERP เป็นต้น โดยแต่ละกลุ่มจะเป็นกลุ่มที่สามารถรับงานจริง เข้ามาพัฒนา การแบ่งปันองค์ความรู้ และการถ่ายทอดทักษะ ทั้งในด้านของการพัฒนา การวางแผน การเจรจาธุรกิจ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ โดยมีทีมอาจารย์ รุ่นพี่ศิษย์เก่า เครื่อข่ายผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมไปถึงหน่วยงานสนับสนุนของมหาวิทยาลัย ในการผลักดันให้สามารถก้าวไปได้ไกลกว่าที่คุณคิด หลังจากจบปี 4 ผู้เรียนที่ผ่านตามเกณฑ์จะสามารถ คุมทีมขนาด 5-10 คนได้ และสามารถรับงาน หลักหมื่น จนถึงหลักล้าน ได้ และถ้ายังพัฒนาปรับปรุง Mobile App อย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถมีรายได้แบบ Passive Income อยุ่ที่ $300-$1000 ต่อเดือน (9,000 – 30,000 บาท ต่อเดือน)

 

เราสร้างนักเดินทาง ฝึกฝนทักษะ ความรู้และภาษา เพื่อท่องโลกกว้าง ได้อย่างมั่นใจ

เรียนรู้เทคโนโลยี กระบวนการ สถาปัตยกรรม ที่ สด ใหม่ ล้ำสมัย เป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ถ่ายทอดค่านิยมอันดี เป็นมืออาชีพในสายงาน พร้อมสำหรับการทำงานเป็นทีม

กิจกรรมและค่ายเสริมทักษะ ที่จะพัฒนาตนเอง ให้ก้าวไปได้เร็วและไกลกว่าครั้งไหนๆ

สามารถใช้ทักษะ สร้างรายได้ระหว่างเรียน พร้อมเป็นผู้ประกอบการเมื่อจบการศึกษา

 

นอกเหนือจากความรู้ เราให้ได้มากกว่า

ที่ มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง เราให้ได้มากกว่าความรู้ มาดูกันว่าหากมาเรียนที่นี่ยังได้อะไรอีก

  • ภาษา: ที่ ม.แม่ฟ้าหลวงการเรียนการสอนเป็น ภาษาอังกฤษ แถมด้วยการเสริมภาษาจีน ทำให้ผู้เรียนต้องใช้ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ ปี 1 จนถึง ปี  4 และจากการสัมภาษณ์ ทั้งรุ่นพี่ที่จบไป และบริษัทชั้นนำที่รับบัณฑิตเข้าทำงาน พบว่า น.ศ.ที่จบจาก ม.แม่ฟ้าหลวง มีความได้ได้เปรียบด้านภาษามากที่สุด
  • วัฒนธรรม: ใน ม.แม่ฟ้าหลวง โดยเฉพาะในสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เราเน้นการทำงานเป็นทีม การแบ่งปันความรู้ ความเป็นผู้นำ การเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรับผิดชอบและความสัมพันธ์เหมือนพี่น้องทั้ง 4 ชั้นปี รวมถึงรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว ตั้งแต่รุ่น 1 จนถึงรุ่นปัจจุบัน หล่อหลอมให้เราสามารถอยู่ร่วมได้ในองค์กรทุกรูปแบบ และสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาองค์กรไปสู่วัฒนธรรมอันดีที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ ทำให้ทุกบริษัทพร้อมอ้าแขนรับ น.ศ. ของเราเมื่อจบการศึกษาออกไป
  • เครือข่าย: เรามีเครือข่ายของรุ่นพี่ ศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ประกอบการ เครือข่ายแหล่งทุน ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านการเรียน การทำงาน และการเปิดบริษัท ของ น.ศ. ที่มีความพร้อม รวมถึงเครือข่ายบริษัทที่รับ น.ศ. ช่วยงานตั้งแต่ปี 2, 3 เพื่อฝึกประสบการณ์ และ บริษัทรับสหกิจศึกษาของชั้นปีที่ 4
  • กิจกรรม:  เรามีกิจกรรมหลากหลาย ที่ช่วยในการหล่อหลอม ให้ น.ศ. สามารถออกไปสู่โลกภายนอกได้อย่างมั่นใจ โดยกิจกรรมประจำปีของ สาขา เช่น SE-Hackathon ที่จะช่วย upgrade level ของ น.ศ. ปี 1-2 ให้เลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านการดูแลโดยทีมอาจารย์และรุ่นพี่ ปี 3-4 , กิจกรรม Barcamp ที่จัดทุกปีเปิดให้ น.ศ. ได้พบกับ นักพัฒนาและเจ้าของบริษัท จากภายนอก, กิจกรรมเสริมความรู้พิเศษตามกลุ่มชมรมความสนใจพิเศษ เช่น กลุ่ม Mobile Development, Enterprise Application, Big Data, IoT, Appliction Security,Tech Startup
  • โอกาส : ที่นี่เรามีโอกาสตั้งแต่เริ่มเรียน ปี 1 จนถึงปี 4 ตั้งแต่กิจกรรมเข้าร่วมแข่งขัน ประกวด ที่ทางสาขาและมหาวิทยาลัยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งการเข้าร่วมแข่งขัน StartUP, การสนับสนุนด้วยทุนสร้างผู้ประกอบการ, การเข้าร่วมทีมพัฒนาที่ลงงานจริง, ทำให้เรามีโอกาสในการลองในการเลือกสิ่งที่เหมาะกับเราอย่างแท้จริง เพื่อที่จะอยู่กับมันและทำงานที่เรารักอย่างมีความสุขต่อจากนี้

เรียนสายนี้ งานดี เงินดี แน่นอน

ที่เห็นคือตัวอย่างประกาศรับสมัครงาน จากเว็บดังด้านไอที เงินเดือนเฉลี่ยของสายงานนี้ หลังจากทำงานไปแล้ว 2-3 ปี อยู่ที่ 30,000 – 150,000 บาท ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถ สำหรับใครที่เรียนสาย Software Engineering ตอนนี้กำลังเป็นที่ต้องการและยื้อแย่งกันในตลาด เนื่องมาจากคนสายนี้จะครบเครื่องทั้งเรื่องกระบวนการในการพัฒนา และทักษะในการพัฒนาซอฟต์แวร์

se_job

แนวทางการประกอบอาชีพ ของผู้จบการศึกษา สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ 

  • นักวิเคราะห์ระบบ (Software Analyst)  ฐานเงินเดือน  30,000 – 100,000 บาท
  • นักวิเคราะห์ซอฟต์แวร์ธุรกิจ (Business Analyst) ฐานเงินเดือน  30,000 – 100,000 บาท
  • นักพัฒนาระบบ (Programmer / Developer) ฐานเงินเดือน  25,000 – 100,000 บาท
  • นักทดสอบระบบ (Software Tester) ฐานเงินเดือน  25,000 – 100,000 บาท
  • นักออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (Software Architect) ฐานเงินเดือน  35,000 – 100,000 บาท
  • ผู้จัดการโครงการซอฟต์แวร์ (Project Manager) ฐานเงินเดือน  45,000 – 100,000 บาท
  • ผู้ตรวจสอบคุณภาพซอฟต์แวร์ (SQA) ฐานเงินเดือน  35,000 – 100,000 บาท
  • เจ้าของกิจการซอฟต์แวร์ (CEO/ Tech Startup) รายได้ต่อเดือน 500,000 – 10,000,000 บาท

** จากประสบการณ์ของ อาจารย์ที่สอนลูกศิษย์มากว่า 13 รุ่น สำหรับใครที่จับทางได้ เรียนรู้ได้ไว พร้อมกับมีโอกาสเข้ามาพอดี ในสายงานของสาขาวิชานี้ ช่วงเงินเดือนแค่นี้ ถือว่าเล็กน้อย ครับ ^^

ถามตัวเอง เราเหมาะกับการเรียน  วิศวกรรมซอฟต์แวร์หรือไม่?

  • คุณชอบเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยากออกแบบและสร้างมันขึ้นมาเอง ใช่หรือไม่?
  • คุณต้องการมีรายได้ในระดับสูง โดยที่ยังมีความสุขกับการพัฒนาระบบ และอยู่กับทีม ใช่หรือไม่?
  • คุณชอบทดสอบระบบต่างๆ ชอบลอง ชอบเล่นระบบแบบแปลกๆ?
  • คุณมีไอเดีย และอยากแปลงจากไอเดีย ให้เป็นผลงาน หรือผลิตภัณฑ์ ที่สามารถทำเงินได้ในที่สุด?
  • คุณมีความอยาก ที่จะเป็นผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ ที่มีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 1-10 ล้าน?

ถ้ามีอย่างน้อย 2 ข้อที่ตอบว่าใช่ ก็เหมาะแล้วที่จะเริ่มกับสาขานี้ เพราะทุกอย่างเริ่มจากความต้องการ และแรงขับจากภายใน ที่เหลือ กระบวนการในการเรียนรู้  รุ่นพี่ ทีมงานอาจารย์ และสภาพแวดล้อม จะช่วยหล่อหลอมให้คุณไปให้ถึงในส่ิงที่ต้องการ

 

อยากเรียนแล้ว ทำไงดี

ระบบ TCAS รอบใหม่ ปี 62 เปิดรับรอบแรกระหว่างวันที่ 1-14 ธ.ค. 2561 สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้เลยที่

https://admission.mfu.ac.th/bachelor-degree/bachelor-home.html

รายละเอียดการรับ TCAS รอบ 1: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รอบ Portfolio (6 โครงการ) จากเว็ป Dek-D.com [ Link ]

หรือสงสัยเกี่ยวกับสาขาวิชา Software Engineering สามารถสอบถามมายัง Page ของ สาขาได้ที่ https://www.facebook.com/sitsemfu/

mfu_tcas62

ข้อมูลจาก https://admission.mfu.ac.th/

มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา TeamSoftware@MFU

se-hackaghon

ภาพบางส่วนของกิจกรรม SE-Hackathon 2018

 

หมายเหตุ: เราปลูกฝัง Midset ที่ดีของนักวิศวกรรมซอฟต์แวร์ โดยให้มองเทคโนโลยี เฟรมเวิร์ค ภาษาโปรแกรม เป็นแค่เครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการพัฒนา แก่นของการส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสู่ผู้ใช้ คือการเรียนรู้และเข้าใจกระบวนการทำงาน การเลือกเครื่องมือ ภาษา และกระบวนการที่เหมาะสมกับงาน  การก้าวเดินไปพร้อมๆกันกับผู้ใช้ เข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ใช้ พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้งาน เพิ่มผลผลิต ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ และช่วยให้การดำเนินธุรกิจเกิดผลกำไร ถึงจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ของหลักสูตรนี้

“หากคุณยังไม่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ตัวเองอยากทำได้ ก็ยากที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับลูกค้าหรือกลุ่มผู้ใช้ได้ การฝึกฝนลงมือปฏิบัติจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ”
“ถ้าคุณเก่ง แต่ทำงานคนเดียว จะไปได้แค่งานหลักแสนหรือหลักล้าน แต่ถ้าทำงานเป็นทีม คุณจะทำรายได้ไม่จำกัด ที่นี่จึงเน้นการอยู่ร่วมกันและทำงานเป็นทีม”

มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา TeamSoftware@MFU